วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บทที่ 5 การพัฒนาครูทหาร

บทที่ 5

คุณสมบัติที่จำเป็นของการเป็นของการพัฒนาตนเองของครู



หากตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางของถนนสาย วิทยากรหรือครูฝึกแล้วละก็ แน่นอนว่าคงใฝ่ฝันที่จะเป็นวิทยากรมืออาชีพ แต่การจะก้าวสู่เส้นทางมืออาชีพได้ แม้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ หากทหารฝึกและตั้งใจอย่างจริงจังในการเป็นครูมืออาชีพ

ครูมืออาชีพคือ ผู้ผ่านเวทีการเป็นวิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้ ความคิดและประสบการณ์ให้ผู้อื่นจนได้รับการยอมรับและความเลื่อมใสศรัทธา และประสบผลสำเร็จ ถึงขั้นที่มีการกล่าวขนานนามกันในแวดวงนั้น

คุณสมบัติของครูอาชีพเป็นอย่างไร ? ครูวิทยากรที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมืออาชีพควรมีหัวใจของ “PROFESSIONAL” ดังนี้
P = Presentation Skill (
ทักษะในการนำเสนองาน)
R = Reliability (
ความน่าไว้วางใจ)
O = Oral Communication (
การสื่อสารด้วยวาจา)
F = Friendliness (
ความเป็นมิตร)
E = Energetic (
ความกระตือรือร้น)
S = Self Confidence (
ความมั่นใจในตัวเอง)
S = Strategic Leadership (
ผู้นำเชิงกลยุทธ์)
I = Initiative (
ความคิดริเริ่ม)
O = Observation (
การสังเกต)
N = Net Working (
การสร้างเครือข่าย)
A = Achievement (
การมุ่งเน้นความสำเร็จ)
L = Listening Skill (
ทักษะในการรับฟัง)

Presentation Skill (ทักษะในการนำเสนองาน)
อาชีพครูคงหนีไม่พ้นการพูดต่อหน้ากลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ดังนั้นทักษะในการนำเสนองานจึงเป็นทักษะที่สำคัญถือเป็นหัวใจของอาชีพของการเป็นครูก็ว่าได้
Presentation Skill
หมายความถึง การชี้แจงและให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้ฟังอย่างชัดเจน เห็นภาพรวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนปฏิกิริยาและการตอบสนองของผู้ฟังได้ทุกกลุ่ม ทุกระดับ ตลอดจนสร้างบรรยากาศเพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นต่าง
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
จัดเตรียมเอกสารและสื่อต่าง ๆ ให้พร้อมทุกครั้งก่อนนำเสนองาน
วิเคราะห์คุณลักษณะของผู้ที่เข้ารับการอบรม เช่น ตำแหน่งงาน อายุงาน อาชีพ ระดับการศึกษา เป็นต้น
อธิบายและยกตัวอย่างประสบการณ์ที่บรรลุผลสำเร็จ (Best Practice) ให้ผู้ฟังเข้าใจและเห็นภาพชัดเจน
ตอบข้อซักถามจากผู้ฟังได้ตรงประเด็น ชัดเจน และถูกต้อง
ตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เข้าอบรม
กระตุ้นจูงใจให้ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมในระหว่างการนำเสนองาน
ปรับเปลี่ยนวิธีการ แนวทาง และการแสดงออก ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังในระดับต่าง
Reliability (
ความน่าไว้วางใจ)
ผู้ที่จะเป็นครูมืออาชีพจะต้องมีพฤติกรรม บุคลิก และการแสดงออก ด้วยกิริยาท่าทางและน้ำเสียงจริงใจ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อบุคคลที่ติดต่อและประสานงานด้วย

Reliability หมายความว่าอย่างไร ? ความเข้าใจในพฤติกรรมของแต่ละคน มีการแสดงออกถึงความจริงใจและความเต็มใจที่จะช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนความสำเร็จของผู้อื่น รวมถึงรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับบุคคลต่าง ๆ
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
มาถึงสถานที่บรรยายก่อนเวลา ในระยะเวลาที่เหมาะสม
ให้ข้อมูลและตอบคำถามของผู้ฟังตามความรู้และประสบการณ์ของตนอย่างเต็มที่
ให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแนะนำกับผู้ร้องขอ ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้เข้ารับการอบรม
ยินดีให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และข้อมูลข่าวสารแก่บุคคลต่าง ๆ ในทุกเวลา
แสดงกิริยาและน้ำเสียงที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างจริงใจ
ไม่เปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ที่มาขอคำปรึกษาให้ผู้อื่นทราบ
เต็มใจที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลต่าง ๆ แสดงความสามารถและความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
Oral Communication (การสื่อสารด้วยวาจา)
แน่นอนว่าอาชีพครู เป็นอาชีพที่มีลักษณะของการขายอย่างหนึ่งเป็นการขาย คำพูดให้คนเลื่อมใสศรัทธา เพราะคำพูดนั้นจะแสดงออกถึงความรู้ ความถนัด และประสบการณ์ที่ได้รับมา ทั้งนี้ คำพูดที่สื่อออกมาจะส่งผลทั้งคุณและโทษต่อตัวผู้พูดเองดังที่สุนทรภู่กล่าวไว้บทกลอนบทหนึ่งว่า
ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิตแม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
Oral Communication
หมายความว่าอย่างไร ? การสื่อสารด้วยการใช้คำพูดเพื่ออธิบายชี้แจงโน้มน้าวชักจูง และแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างชัดเจน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนวิธีการและลักษณะของคำพูดที่ใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังที่แตกต่างกันได้
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
อธิบายและชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ได้ชัดเจนและเป็นระบบ
มีการยกตัวอย่างและประสบการณ์ที่บรรลุผลสำเร็จ (Best Practice) ให้เกิดภาพและความเข้าใจที่ตรงกัน
ตอบคำถามของผู้ฟังในแง่มุมต่าง ๆ ได้ตรงประเด็น
โน้มน้าวให้ผู้ฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเห็น
ยกย่องชมเชยผู้เข้าอบรม หากมีการนำเสนอประเด็นมุมมองต่าง ๆ หรือมีส่วนร่วมในการอบรม
ปรับเปลี่ยนระดับน้ำเสียงและวิธีการพูดตามลักษณะและพฤติกรรมที่แสดงออกของผู้ฟัง
สรุปประเด็นและสาระสำคัญต่าง ๆ ของเรื่องที่พูดได้อย่างชัดเจน

Friendliness (ความเป็นมิตร)
เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ก็คือ การแสดงออกถึงความเป็นมิตรและความเป็นกันเองกับผู้เข้ารับการอบรมและบุคคลต่าง ๆ ที่มาติดต่อด้วย ซึ่งเสน่ห์ดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ติดตัวของวิทยากรจนมีการเอ่ยถึงและอ้างอิงให้กับคนต่อ ๆ ไป เมื่อต้องการหาวิทยากรมาบรรยายในเรื่องนั้น ๆ

Friendliness หมายความว่าอย่างไร ? ความยิ้มแย้มแจ่มใส การให้เกียรติผู้อื่นเสมอ และการไม่วางตัวหรือถือตัว ว่าเป็นวิทยากรที่มีชื่อเสียง หรือเป็นมืออาชีพ รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ในทุกระดับ และทุกกลุ่มที่อยู่ในสถานการณ์ซึ่งแตกต่างกัน
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
เคารพและแสดงการทักทายกับผู้ใหญ่ที่มีคุณวุฒิ และวัยวุฒิที่แตกต่างกัน
ไม่แสดงความไม่พอใจหากมีผู้อื่นแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากตนหรือมีข้อโต้แย้ง
แสดงความเป็นกันเองกับบุคคลที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่น้อยกว่า
ยินดีและเต็มใจที่จะช่วยเหลือและให้คำปรึกษากับผู้อื่นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ให้คำปรึกษา แนะนำ สนับสนุนวิทยากรรุ่นน้องอย่างจริงใจ
ไม่ถือตัวหรือวางตัว เมื่อต้องร่วมบรรยายกับวิทยากรมือใหม่
Energetic (ความกระตือรือร้น)
คุณลักษณะหนึ่งที่ส่งเสริมให้ครูก้าวสู่การเป็นวิทยากรมืออาชีพ นั่นก็คือ การมีความกระตือ

รือร้นในการทำงานในอาชีพของการเป็นวิทยากรอยู่เสมอ

Energetic หมายความว่าอย่างไร ? การมีบุคลิกลักษณะที่ใฝ่รู้ ขวนขวายหาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่ชอบอยู่นิ่งกับที่ มีความต้องการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีความมุ่งหวังที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
เข้าสมาคม ชมรม หรือกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพของตน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น
เรียนรู้จากปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับบุคคลต่าง ๆ ที่เข้ามาขอคำปรึกษา แนะนำ
ปรับปรุงเค้าโครงและเอกสารประกอบการสอนให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังในระดับต่าง
พยายามหาวิธีการ สื่อ อุปกรณ์ ประกอบการบรรยาย และตัวอย่างในการนำเสนองานให้เป็นปัจจุบันอยู่เสนอ
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพและเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ติดตามการประเมินผลการฝึกอบรมจากผู้เข้าอบรมทุกครั้ง
วิเคราะห์ผลการประเมิน และหาแนวทางปรับปรุงและพัฒนาการนำเสนองานอยู่เสมอ
Self Confidence (ความมั่นใจในตัวเอง)
ความมั่นใจในตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสนับสนุนให้การทำงานที่รับผิดชอบนั้นประสพความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะการเป็นครูมืออาชีพ ย่อมต้องมีความมั่นใจในการพูด และการนำเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ เพราะพฤติกรรม กิริยาท่าทาง และน้ำเสียงที่แสดงออกมาอย่างมั่นใจ จะเป็นการสร้างความศรัทธาและการยอมรับจากผู้อื่น
Self Confidence
หมายความว่าอย่างไร ? ความเชื่อมั่นและมั่นใจในความคิด การกระทำ และคำพูดที่แสดงออกมาให้ผู้อื่นรับรู้และรับฟัง รวมทั้งมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ว่าสามารถชักจูงและโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นเปลี่ยนความคิดและการกระทำให้เป็นไปตามที่มุ่งหวังไว้ได้
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
ใช้น้ำเสียงและคำพูดที่หนักแน่นในการชี้แจงและอธิบายประเด็นต่าง
แสดงออกถึงความมั่นใจในการตอบคำถาม ที่ได้รับจากผู้เข้ารับการอบรม
ให้ข้อคิดเห็นและคำปรึกษาแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ
ยืนยันว่าสิ่งที่พูดสามารถนำไปปฏิบัติได้ และเห็นผลสำเร็จได้หากมีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ประสพมานำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นเชื่อและมีความเห็นคล้อยตาม
Strategic Leadership (ผู้นำเชิงกลยุทธ์)
อาชีพครูถือได้ว่าเป็นอาชีพของผู้นำกลุ่ม ซึ่งต้องนำคนจำนวนหนึ่งที่เข้ารับฟังการอบรม ให้มีความคิดเห็นคล้อยตามกับข้อมูลที่สื่อสารและพยายามถ่ายทอด ทั้งนี้ผู้ที่เป็นครูย่อมต้องคิดหาเทคนิค วิธีการ และกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการนำกลุ่มหรือทีมงานให้เปลี่ยนความคิดและการกระทำเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
Strategic Leadership
หมายความว่าอย่างไร ? ความสามารถในการโน้มน้าวให้ผู้ฟังเกิดการปรับเปลี่ยนความคิดและความเชื่อต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยการนำเทคนิคและกลยุทธ์ต่าง ๆ มาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม ตามคุณลักษณะของกลุ่มผู้ฟังในระดับที่ต่างกัน
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
วางกลยุทธ์และเทคนิคในการถ่ายทอดและโน้มน้าวใจผู้ฟังที่อยู่ในระดับและกลุ่มที่แตกต่างกัน
ปรับเปลี่ยนเทคนิคและแนวทางในการโน้มน้าวชักจูงผู้ฟังได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์

ต่าง
กระตุ้นจูงใจให้ผู้ฟังมีความรู้สึกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ฟังมีความรู้สึก และอารมณ์ที่คล้อยตาม
กล้ายืนยันในผลดีที่จะเกิดขึ้นต่อกลุ่มผู้ฟัง ถ้าหากทุกคนให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
Initiative (ความคิดริเริ่ม)
ครูมืออาชีพที่ประสพความสำเร็จในการพูด และบรรยายจนเป็นที่กล่าวขานนั้น ๆ จะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มในการหาวิธีการ และกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นและจูงใจผู้เข้ารับการอบรมให้มีความรู้สึกสนุกไปพร้อม ๆ กับความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากวิทยากร

Initiative หมายความว่าอย่างไร ? หาวิธีการใหม่ ๆ ในการปรับปรุงการบรรยายของตนให้ดีขึ้นอยู่เสมอ โดยการนำเสนอเทคนิคต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาประยุกต์ใช้ในการสร้างบรรยากาศ ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความเป็นกันเอง สนุก และเห็นความสำคัญของการฝึกอบรม
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
คิดหาเกมใหม่ ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องหรือประเด็นที่จะนำเสนอ
ประยุกต์ใช้เทคนิคและวิธีการใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นจูงใจผู้ฟังให้เกิดความรู้สึกร่วม
ปรับเปลี่ยนสื่อและอุปกรณ์การสอนให้เหมาะสมและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ยกตัวอย่างและประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น
ปรับปรุงเอกสารประกอบการบรรยายให้เหมาะสมและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

Observation (การสังเกต)

ความสามารถในการสังเกตและปรับเปลี่ยนรูปแบบ และแนวทางการสอนให้สอดคล้องกับปฏิกิริยาที่แสดงออกของผู้ฟังได้อย่างเหมาะสมนั้น เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่วิทยากรมืออาชีพจำเป็น ต้องมีทั้งนั้นเพื่อทำให้รูปแบบการบรรยายไม่น่าเบื่อและทำให้ผู้ฟังมีความรู้สนุกและอยากเข้ารับฟังการอบรม
Observation
หมายความว่าอย่างไร ? การวิเคราะห์และประเมินปฏิกิริยาที่ตอบสนองของผู้ฟังทั้งในด้านกิริยาท่าทางและน้ำเสียงว่าเป็นอย่างไร ในขณะที่มีการบรรยายโดยสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางและวิธีการในการนำเสนอ และการบรรยายได้อย่างเหมาะสมกับปฏิกิริยาของผู้ฟังได้
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
วิเคราะห์พฤติกรรมการแสดงออกของผู้เข้ารับการอบรม
ประเมินสถานการณ์ของผู้ฟังได้อย่างถูกต้อง
ปรับเปลี่ยนเทคนิค แนวทางการสอน และสื่อที่ใช้ให้เหมาะสมกับปฏิกิริยาที่ตอบสนองของผู้ฟัง
ปรับระดับของน้ำเสียงให้เหมาะสมกับปฏิกิริยาที่ตอบสนองของผู้ฟัง
นำเกมต่าง ๆ มาปรับใช้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกสนุกร่วมไปกับการอบรม

Net Working (การสร้างเครือข่าย)
การเป็นครูมืออาชีพนั้น ต้องติดต่อกับบุคคลจำนวนมากในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้น ย่อมเป็นเสมือนเครือข่ายของความรู้และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น โดยอาจจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งซึ่งเป็นมุมมองใหม่ ๆ ที่วิทยากรผู้นั้นอาจจะยังไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยก็ย่อมได้
Net Working
หมายความว่าอย่างไร ? การแสวงหาโอกาสเพื่อรู้จักบุคคลใหม่ ๆ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่พึ่งรู้จัก รวมทั้งการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่พึ่งรู้จัก รวมทั้งการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องในสายอาชีพหรือแวดวงเดียวกัน
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
เข้ากลุ่ม สมาคม หรือสโมสรต่าง ๆ ที่จัดขึ้น
แนะนำตนเองเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ก่อนเสมอ
ให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือในการทำงานกับบุคคลต่าง ๆ
ติดตามความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ต่าง ๆ ของบุคคลที่รู้จัก
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ต่าง ๆ กับกลุ่มบุคคลที่แตกต่างกันได้ในทุกระดับ
Achievement (
การมุ่งเน้นความสำเร็จ)
การทำงานใด ๆ ก็ตาม ทุกคนย่อมมุ่งหวังให้ประสพความสำเร็จตามเป้าหมายเสนอ ครูก็เช่นกันเดียวกัน ดังนั้นความเป็นมืออาชีพของครูแต่ละคนก็คือ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ได้รับการฝึกอบรมนั้น จะเป็นสิ่งที่มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งของผู้เป็นวิทยากรมืออาชีพ
Achievement
หมายความว่าอย่างไร ? ความตั้งใจและมุ่งมั่น ที่จะถ่ายทอดให้ผู้ฟังเข้าใจและเห็นภาพในสิ่งที่บรรยายได้อย่างชัดเจน โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการอบรมในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดผลสำเร็จตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
วางแผนการถ่ายทอดและเตรียมความพร้อมในการนำเสนองานอยู่เสมอ
ซักถามผู้ฟังเพื่อตรวจสอบความเข้าใจและการรับรู้ของผู้ฟัง
ติดตามประเมินผลโครงการฝึกอบรมหลังจากที่เสร็จสิ้นการอบรมในแต่ละครั้ง
สอบถามผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องถึงผลการทำงานภายหลังจากที่เข้ารับการอบรม
พัฒนาและปรับปรุงแนวทางและวิธีการในการนำเสนออยู่เสมอโดยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับผลที่ได้รับ
Listening Skill (ทักษะในการรับฟัง)
คุณสมบัติสุดท้าย แต่ไม่ใช่สำคัญท้ายสุด ของครูมืออาชีพ ก็คือการเป็นผู้รับฟังที่ดี การเป็นครูที่ดี และเป็นมืออาชีพ นอกเหนือจากการขึ้นไปพูดอยู่ต่อหน้าผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว ครูผู้นั้นต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย
Listening Skill
หมายความว่าอย่างไร ? ความเต็มใจที่จะรับฟังคำถาม และปัญหา/ข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการพูดขัดจังหวะ หรือใช้คำพูดเพื่อทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกว่าไม่ควรจะถามหรือนำเสนอประเด็นปัญหาใด
พฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร ?
เปิดโอกาสให้ผู้ฟังตั้งคำถามเพื่อสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ
กระตุ้นให้ผู้ฟังนำเสนอประเด็นปัญหาหรือข้อกังวลใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
รับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากผู้เข้ารับอบรมอย่างตั้งใจ
ไม่พูดสอดแทรกในขณะที่มีการนำเสนอคำถาม หรือประเด็นปัญหาต่าง ๆ
ตอบข้อถามหรือประเด็นข้อสงสัยด้วยความชัดเจนและตรงประเด็น

นิยามศัพท์

เงื่อนไข คือ เหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอน ซึ่งผู้ทำนิติกรรมนำมากำหนด เกี่ยวกับความ เป็นผล หรือ สิ้นผล

บทที่ 4 วิชาครูทหาร

บทที่ 4

วิชาครูทหาร

(Military Instructor Training)

1.ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาครูทหาร

1.1 เกี่ยวกับชื่อวิชา

- บางแห่งเรียกว่า การฝึกสอนทางทหาร” (Military Training) FM.๒๑-

- บางแห่งเรียกว่า การฝึกสอนทางทหาร” (Military Instructor Training) เช่น คู่มือของโรงเรียนนายร้อย West Point ซึ่งใช้สอนนักเรียนในโรงเรียนนั้น

- ในหนังสือ The Psychology of Military Leadership เรียกว่า นายทหารในฐานะครู (The Officer as an Instructor)

- แนวสอนเดิม ของโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ( เสธ.ทบ.) เรียกว่า วิธีสอนทางทหาร (Methods of Military Instruction)”

ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องทำนองเดียวกันแต่ก็เรียกชื่อต่าง ๆ กันไป เราเรียกภาษาไทยใช้ว่า วิชาครูทหารเหมาะสมแล้ว และเมื่อพิจารณาผลที่ต้องการภาษาอังกฤษควรใช้คำว่า “Military Instructor Training” แปลตามตัวว่า การฝึก (สอน) ครูทหาร

1.2 อาชีพนายทหาร อาชีพนายทหารหนีไม่พ้นจากตำแหน่งประเภทใหญ่ ๆ ๓ ประเภท ดังนี้คือ

1.2.1 ผู้บังคับบัญชา หรือ ผบ.หน่วย (Commander)

1.2.2 ฝ่ายอำนวยการหรือผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายเสนาธิการ (Staff)

1.2.3 ครู (Instructor)

ผบ.หน่วยขนาดเล็กในระดับ ผบ.หมู่, ผบ.หมวด, ผบ.ร้อย จะต้องเป็นครูไปในตัว และคนหนึ่งอาจทำได้หลายหน้าที่หรือต้องทำงานหลาย ๆ หน้าที่ในเวลาเดียวกัน

ครูทหาร เมื่อฝึกสอนอบรมผู้เรียนแล้ว ส่วนใหญ่ยังต้องปฏิบัติงานร่วมกับผู้เรียน หรือประสานงานกับผู้เรียนรู้จากตนเองต่อไปอีกในฐานะผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา หรือผู้ร่วมงาน หรือหน่วยรอง หน่วยข้างเคียง ครูทหารต้องรับผลกระทบโดยตรงจาก ประสิทธิภาพ คุณภาพการทำงานของผู้ที่ตนฝึกสอนไป รวมทั้งมีผลต่อประสิทธิภาพ ขีดความสามารถของหน่วยเป็นส่วนรวมที่ต้องทำงานร่วมกับครูทหาร จึงต้องฝึกสอนอบรมผู้เรียนให้ได้ผลดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งแตกต่างจากครูทั่ว ๆ ไป ดังนั้นครูทหารจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ตามความต้องการของตน สู่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดีด้วย

1.3 ทหารกับการศึกษา

1.3.1 กล่าวทั่วไป

- การศึกษา ทำให้เป็นคนอย่างสมบูรณ์ (Education Make a Full Man)

- การศึกษาที่เหมาะสม ย่อมหมายถึงดุลพินิจที่ดีขึ้น (Better Education Means Better Judgment)

- การศึกษา ทำให้ง่ายแก่การนำ แต่ยากแก่การบังคับ ง่ายแก่การปกครอง แต่ ไม่สามารถจะทำให้เป็นทาสได้ (Education Make a People Easy to Lead, But Difficult to Drive ; Easy to Govern But Impossible to Enslave)

1.3.2 ลักษณะที่แตกต่างระหว่างการเรียนและการสอน

1.3.2.1 การสอนเป็นศิลป์ไม่ใช่ศาสตร์ แต่การเรียนหรือการเรียนรู้ หรือความรู้ที่จะถ่ายทอดเป็นศาสตร์ ที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวแน่นอน แล้วแต่วิชาที่จะสอน

1.3.2.2 การสอนเป็นวิธีการหรือกระบวนการ เพื่อให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจในสิ่งต่าง ตามความมุ่งหมายที่ครูตั้งเอาไว้ แต่การเรียนเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อันเป็นผลจากประสบการณ์ที่เรียนรู้

1.3.2.3 การสอนเป็นการจัดสถานการณ์ หรือสภาพการณ์ หรือกิจกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและรับรู้สิ่งต่าง ที่ครูสอน การเรียนเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่พัฒนาการไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด

1.3.2.4 การสอน ครูเป็นเครื่องช่วยกระตุ้น ให้ผู้เรียนเกิดความคิดเปรียบเทียบ เลือก ตัดสินใจ หาเหตุและผลสรุปด้วยตนเอง การเรียน ผู้เรียนเป็นผู้ประสบสภาพการณ์ สถานการณ์หรือกิจกรรมในลักษณะที่แตกต่างกัน

จากลักษณะที่แตกต่างกันดังกล่าว ทั้ง 4 ประการ การดำเนินการสอนของครูจะต้องพิจารณาถึงลักษณะของการสอน และการเรียนควบคู่กันไปดังนี้

1. การสอนจะต้องจัดบทเรียนให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียน จึงจะทำให้การเรียนได้ผลดี ครูจะต้องศึกษาและเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล และพยายามส่งเสริมให้ ผู้เรียน (ศิษย์) ได้เรียนตามความสามารถของตน

2. บทเรียนที่จะสอน ต้องแบ่งไว้อย่างเหมาะสมเป็นเรื่อง ๆ ในแต่ละบทเป็นเรื่องเดียวกันและสอดคล้องต่อเนื่องกัน

3. ผู้เรียน (ศิษย์) เข้าใจความหมายของสิ่งที่ได้เรียนว่า มีความสำคัญต่อตนเองเพียงใด จึงจะทำให้ได้ผลดี

4. การสอน ต้องเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ด้วย ตนเอง

5. การเรียนจะได้ผลดี ถ้าครูให้ความรัก ความสนใจและให้กำลังใจศิษย์

1.4 การศึกษาทางทหาร มีความสำคัญและจำเป็น ดังนี้

1.4.1 รากฐานอันมั่นคงของกองทัพอยู่ที่ การศึกษา

1.4.2 การฝึกการศึกษา เป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งปวง ตั้งแต่ การฝึกการศึกษาเป็นรายบุคคล ในเรื่องเดียวกันและต่างกัน รวมเป็นหน่วย จากหน่วยขนาดเล็กเป็นหน่วยขนาดใหญ่จนเป็นกองทัพ โดยมีการถ่ายทอดสืบเนื่องกันมา และมีการค้นคว้าพัฒนาปรับปรุงอย่างเป็นระบบอยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มจากการฝึกบุคคลเบื้องต้น บุคคลเบื้องสูง ยุทธวิธี อาวุธยุทโธปกรณ์ การสนับสนุน การส่งกำลังบำรุง การข่าว รวมทั้งการฝึกศึกษาอบรมปลูกฝัง อุดมการณ์และศาสตร์ทุก ๆ ด้านให้ก้าวหน้า

1.4.3 ระบบการการศึกษาที่เหมาะสม ย่อมสร้างสรรค์ให้ได้กำลังพลที่มีประสิทธิภาพเป็นผู้บังคับบัญชาที่สามารถเป็นฝ่ายอำนวยการที่ทรงคุณวุฒิ เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษที่เชี่ยวชาญทำให้ได้กำลังพลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงานในหน้าที่และภารกิจที่ได้รับมอบทั้งที่เป็นบุคคลและเป็นหน่วย

1.5 ความสำคัญของวิชาครูทหาร มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสำคัญของการศึกษา และวิชาที่จะศึกษา เพราะครูเป็นตัวจักรสำคัญยิ่งของการศึกษา เป็นผู้ใช้กรรมวิธี ในการถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ แนวความคิด หลักการ และความฉลาดให้แก่ทหาร หากครูเป็นผู้ที่มีศิลปะในการ ถ่ายทอดดี มีจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณของความเป็นครู ย่อมจะทำให้ได้ทหารที่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้กองทัพเข้มแข็ง

ดังนั้นครูทหารที่ดี จะต้องรู้หลักวิชาครูทหาร หลักจิตวิทยาทั่วไป และจิตวิทยาการศึกษา (Education Psychology) รู้วิชาที่จะสอน และมีความชำนิชำนาญในการสอนหรือถ่ายทอดวิชา รวมทั้งจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ จิตวิญญาณของความเป็นครูและมีความประพฤติดีอยู่ในศีลธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีได้

การเข้ามาเป็นทหารใหม่ในทุกระดับ ตั้งแต่พลทหารใหม่ นักเรียนทหารทุกระดับ และการบรรจุพลเรือนเข้ามาเป็นนายทหารหรือนายสิบ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการฝึก การ อบรมใหม่ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องปรับตัวเองอย่างมาก เพื่อเข้าสู่ชีวิตความเป็นทหารที่มี กฎ ข้อบังคับ ระเบียบวินัย มีขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเฉพาะ และบางอย่างจะเหมือนกับความ มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าพลเรือน ครูทหาร คือ ผู้ที่จะช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับชีวิตทหาร รามทั้งเป็นแบบอย่างเป็นแม่พิมพ์ให้กับเขา

1.5.1 ความมุ่งหมายในการสอนวิชาครูทหาร เพื่อสร้างสมให้บังเกิดคุณลักษณะของครูทหารที่ดี รู้หลักวิชาครู และมีความชำนาญในการสอน จะได้ดำรงในอาชีพทหารด้วยดีตลอดไป

1.5.2 เป้าหมายของวิชาครูทหาร การฝึกสอนทุกชนิดต้องการให้ทหาร มีความเข้าใจ เกิดความรู้สามารถนำไปปฏิบัติได้ ทั้งเป็นบุคคลและเป็นชุด

1.5.3 ขอบเขตของการศึกษา โดยธรรมดาการศึกษาวิชาครูทหารที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีความเข้าใจจนเกิดความรู้ทางทฤษฎี และจะต้องฝึกปฏิบัติ คือฝึกทำการสอน และฝึกด้วยวิชาครูตามหลักสูตรซึ่งกำหนดในเรื่องต่อไปนี้

1.5.3.1 การเตรียมตัวของครู (Preparation by Instructor)

1.5.3.2 การทำหัวข้อการสอน (Lesson Outline)

1.5.3.3 วิธีสอน (Methods of Presentation)

1.5.3.4 เครื่องช่วยสอน (Instructional Aids)

1.5.3.5 หลักการพูดให้ได้ผล (Effective Speech)

ดังนั้นการสอนจึงจะดำเนินไปตามกำหนดนี้ ต่อจากนั้นจะได้ฝึกหาความชำนาญต่อไป

1.5.4 อุบายในการให้การศึกษาทางทหาร

1.5.4.1 สนับสนุนและเร้า สัญชาตญาณการอยากรู้อยากเห็น (Instinct of Curiosity) คนเรามีความอยากรู้อยากเห็น เป็นสัญชาตญาณ (เด็ก ๓-๔ ขวบ จะถามซอกแซก ซ้ำซาก, นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ฯ ที่เลวหน่อยก็อยากรู้อยากเห็นในทางต่ำ เช่น การแอบดู, แอบค้นโต๊ะผู้บังคับบัญชา, แอบเปิดจดหมาย ฯลฯ) การสอนจึงต้องสนับสนุนและเร้าความอยากรู้อยากเห็นในทางที่ควร เช่น แสดงความสำคัญหรือความจำเป็นของวิชาที่สอนเพื่อให้เกิดความสนใจ

1.5.4.2 สอนให้เหมาะสมแก่ทางแห่งการรับรู้ของมนุษย์ (Sense Organs) ทางแห่งการรับรู้มีทางตา (มอง) ทางหู (ฟัง) ทางจมูก (ดม) ทางลิ้น (ชิม) ทางสัมผัส (จับทำ) โดยปกติเพื่อให้ตรงตามเป้าหมายของการสอน จะต้องเพ่งเล็งให้ทหารได้เรียนด้วยการสัมผัสให้มาก

1.5.4.3 ทราบและเข้าใจความแตกต่างของอัตตบุคคล (Individual Differences) ในเรื่อง ต่อไปนี้

. ทางร่างกาย (Physical Characteristics) ร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนใหญ่โตแข็งแรง บางคนเล็กซูบผอม รวมทั้งสุขภาพและความเคยชินต่อ สภาพอากาศ อาหาร ของคนก็แตกต่างกัน ถ้าบุคคลมีการบกพร่องทางกายก็ทำให้การรับการฝึกสอนมีผลลดหย่อนลงไปได้

. ทางอารมณ์ (Emotion) อารมณ์ของคนทุกคนไม่เหมือนกัน แม้แต่คน ๆ เดียวกันก็มีอารมณ์ไม่สม่ำเสมอกันทุกวันเวลา อารมณ์ที่เกิดขึ้นย่อมบงการให้แสดงท่วงทีกิริยาอาการออกมาภายนอกแตกต่างกัน บางคนอาจระงับอารมณ์ต่าง ๆ ได้ดี แต่ก็อาจแสดงออกมาทาง สีหน้าหรือแววตา ครูต้องเข้าใจและคอยสังเกตอารมณ์ของผู้รับการสอนอยู่ตลอดเวลา

. ทางสติปัญญาหรือไหวพริบ (Intelligence) สติปัญญาของคนเราไม่เท่ากัน เรื่องนี้มักเกี่ยวกับความรู้เดิม หากพื้นความรู้เดิมค่อนข้างดี สติปัญญาของผู้นั้นก็มักจะดีด้วย ครูจะทราบสติปัญญาของทหารได้เมื่อได้ฝึกสอนไปบ้างแล้ว เมื่อทราบแล้วก็ต้องหาวิธีแก้ไขให้ทหารมีระดับสติปัญญาใกล้เคียงกัน เพราะตามหลักการฝึกสอนเราต้องการให้ทหารส่วนมากมีความสามารถอยู่ในระดับเดียวกัน วิธีแก้ไข คือ

- หาทางให้ทหารได้ปฏิบัติด้วยตนเองให้มากที่สุดอยู่เสมอ

- ให้ผู้มีสติปัญญาต่ำต้องทำงานมากขึ้น คือ ต้องฝึกให้มาก

. ประสบการณ์ (Experience) ประสบการณ์ (หรือความรู้ ความชำนาญ) รวมทั้งความเชื่อที่ได้รับการปลูกฝัง สั่งสอน ในด้านต่าง ๆ ของทหารเมื่อก่อนเข้ารับราชการย่อมเป็นประโยชน์แก่การฝึกสอน เพราะจะเป็นรากฐานช่วยให้ทหารเข้าใจเรื่องที่ฝึกสอนได้เร็ว ทั้งนี้รวมทั้งความชำนาญจากการฝึกสอนเรื่องที่แล้ว ๆ มาด้วย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับความเข้าใจในการฝึกสอนเรื่องใหม่ ๆ เสมอ

ครูควรจะได้สอบประวัติของทหารทุกคนไว้ เพราะจะช่วยให้ครูหาอุบายหรือวิธีการฝึกสอนได้เหมาะสม หรือส่งเสริมกำลังใจของทหารผู้มีความชำนาญนั้น ให้เอาใจใส่และกระตือรือร้นมากขึ้น โดยกำหนดให้ผู้มีความชำนาญปฏิบัติได้ดีเด่นออกมาแสดงให้ดูทหารอื่น ๆ ก็อาจอยากจะดีเด่นบ้างและพยายามขะมักเขม้นตั้งใจรับการฝึกสอน

. ความอยากรู้อยากเรียน (Desire to Achieve) ความอยากเรียนเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้ทหาร สนใจ และ ตั้งใจ รับการฝึกสอนอยู่ตลอดไป ถ้าขาดความอยากรู้อยากเรียนผลที่ได้ก็มักจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

(1) ความสนใจและความตั้งใจ มีลักษณะแตกต่างกัน

- ความสนใจ จะดำรงอยู่ได้นาน เมื่อเกิดความสนใจแล้วย่อมทำให้มีความใคร่ที่จะรู้ ใคร่ที่จะมีความชำนาญ ความตั้งใจที่จะให้ได้รับผลสำเร็จก็เกิดตามมาด้วย

- ความตั้งใจ เป็นของไม่ยั่งยืน อาจเกิดหรือมีขึ้นชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วก็หายไป และแล้วก็กลับเกิดขึ้นใหม่อีกได้ มีเหตุหลายประการที่ทำให้เสียความตั้งใจ เช่น สิ่งแวดล้อม ความเจ็บไข้ ฯลฯ ครูจะต้องใช้ไหวพริบดำรงรักษาความตั้งใจของทหารที่เกิดขึ้นแล้ว ให้คงอยู่ตลอด การสอน โดยสังเกตอยู่ตลอดเวลาที่ฝึกสอน หากเห็นว่าเมื่อใดทหารเสียความตั้งใจ เช่น เครื่องบินบินโฉบมา, มีขบวนแห่ผ่าน หรืออากาศร้อนจัด ฯลฯ ก็ควรหยุดสอนเสียชั่วคราว หรือจัดการ ป้องกันเสียก่อนที่จะเสียความตั้งใจ เช่น อากาศร้อนก็ออกสอนนอกห้อง เป็นต้น

(2) ครูจะต้องทำให้ทหารอยากรู้อยากเรียน โดย

- ชี้แจงให้รู้ถึงคุณค่าของการเรียนเรื่องนั้น

- หาวิธีการทำให้เกิดการสนใจ เช่นจัดให้มีการแข่งขัน

- ชี้แจงให้เห็นว่า ทุกคนก็สามารถเรียนได้เหมือน ๆ กัน

- ชมเชยผู้ตั้งใจเรียน และผู้เรียนดี อาจมีรางวัลให้ก็ได้

. ลักษณะของครูทหารที่ดี (Traits of an effective Instructor)

การสอนจะได้ผลเพียงใดขึ้นอยู่กับครูผู้สอนเป็นส่วนใหญ่

ลักษณะของครู ช่วยให้การสอนได้ผลถึง 50 % ที่เหลืออีก 50% ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ของครู, หลักวิชาครูประสบการณ์ของครู อุปกรณ์การเรียนการสอนและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

ลักษณะของครู หมายถึง ลักษณะทางกายภาพและคุณลักษณะที่สั่งสมประจำตัวของครู ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

2.1ลักษณะทางกายภาพ (Physical Appearance) ได้แก่ รูปร่าง ทรวดทรง หน้าตา ผิวพรรณ ขนาดของร่างกายรวมทั้งบุคลิกลักษณะและเสียง เป็นสิ่งแรกที่มีส่วนช่วยในการโน้มน้าวจิตใจผู้เรียนให้สนใจ ดังนั้น ครูควรเป็นผู้มีบุคลิกภาพ (Personality) ดี สภาพจิตปกติ มีความองอาจผึ่งผายสง่างาม และภาคภูมิมีความเชื่อมั่นในตนเองแยกเป็นเรื่อง ๆ ได้ดังนี้

2.1.1 ลักษณะท่าทาง (Bearing) รวมถึง กิริยามารยาทการแสดงท่าทางประกอบคำพูด และการแต่งกาย เนื่องจากครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ดังนั้นครูจะต้องเป็นผู้สร้างบรรยากาศให้น่าเรียน น่าสอน โดยเป็นผู้มีอารมณ์ดี เบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใสมนุษย์สัมพันธ์ดี รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น แต่งกายดีสะอาดเรียบร้อยถูกต้องตามระเบียบและโอกาส รวมทั้งการตัดผมหวีผม และการโกนหนวดเคราให้เรียบร้อย รองเท้าขัดมัน เป็นต้น เพราะระหว่างที่สอนนักเรียนจะจับตามองครูอยู่ตลอดเวลา จะจดจำลักษณะท่าทางของครูแล้วนำไปประพฤติปฎิบัติตามทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ครูจึงเท่ากับเป็นแม่พิมพ์หรือกระจกเงาของนักเรียน ถ้าครูมีความเรียบร้อยเหมาะสมย่อมจะเป็นเครื่องเพาะความศรัทธาเลื่อมใสจากนักเรียนได้มาก

2.1.2 กิริยาอาการ (Mannerisms) ครูจะต้องแสดงกิริยาอาการต่าง ๆ อย่างเรียบร้อยเหมาะสม ไม่ออกท่าทางประกอบจนเกินสมควร ทั้งการเคลื่อนไหว การแสดงสีหน้าท่าทาง การชี้ การจับถือ

2.1.3 เสียงและการพูด (Voice and manner of speaking) มีน้ำเสียงกังวานแจ่มใส ไม่แหบเครือ การพูดมีจังหวะไม่เร็วหรือช้าเกินไป ระดับเสียงมีการเน้นหนักเบาออกเสียงได้ถูกต้องและชัดเจนพูดจาสุภาพเรียบร้อยไม่กระโชกโฮกฮาก หยาบคาย ดุด่าที่จะทำให้เครียดหรือหวาดกลัว

2.1.4 ความมีอารมณ์ขัน (Sense of humor) ครูจะต้องไม่เคร่งเครียดหรือเอาจริงเอาจังกับนักเรียนจนเกินไป อันจะทำให้นักเรียนเครียด ประหม่า หลงลืม ควรมีอารมณ์ขันบ้างเพื่อลดหรือไม่ให้เกิดความเครียด แต่ต้องระมัดระวังให้เหมาะสมกับวิชาและโอกาสรวมทั้งความปลอดภัย (การสอนวิชาที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การเรียนการฝึกเกี่ยวกับวัตถุระเบิด , ไฟฟ้าแรงสูง , เครื่องจักรกล , การยิงจรวด ปรส. , ขว้างระเบิด , วาง กู้ระเบิด , การแต่งร่ม , กระโดดร่มจะขำหรือเครียดไม่ได้ จะต้องมีสติตลอดเวลา) รวมทั้งไม่ตลกที่ทำให้ใครเสียหน้า

2.1.5 ความกระตือรือร้น (Enthusiasm) เป็นการแสดงออกซึ่งความสนใจต่อการสอนและเรื่องที่จะสอนของครู ความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติที่ติดต่อ ถึงกันได้ เมื่อคนหนึ่งแสดงอาการกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว คนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง หรือมีในหมู่พวกเดียวกันก็พลอยจะตื่นตัวแสดงออกเช่นเดียวกันด้วย ดังนั้นครูจึงควรนำความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสอน การแสดงให้เห็นว่าครูมีความ เอาใจใส่ต่อการสอน และเรื่องที่สอน ใส่ใจต่อความก้าวหน้าของนักเรียน นักเรียนจะเพิ่มความขวนขวายเอาใจใส่ การสอนก็จะมีชีวิตชีวาขึ้น

2.2 คุณลักษณะ (Traits) คือคุณสมบัติอันพึงประสงค์ประจำตัวของครูมีดังนี้

2.2.1 ความรู้ และดุลยพินิจ (Knowledge & Judgment)

.ความรู้ ผู้ที่จะสอนผู้อื่นได้ตนจะต้องรู้เรื่องที่สอนเป็นอย่างดี การขาดความรู้ย่อมเป็นการสุดวิสัยที่จะสอนใคร ๆ ได้ มีกฎธรรมดาว่าความรู้ที่สอนไปนั้นในตอนแรก ๆ นักเรียนจะรับได้ไม่ถึง 10 0% แต่จะค่อยๆ มีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นเมื่อนักเรียนเอาใจใส่พยายาม หรือค้นคว้า เพิ่มเติมหาความชำนาญในภายหลัง ดังนั้น หากความรู้ของครูยังบกพร่อง ความรู้ของนักเรียนที่ได้รับก็ยังมีส่วนบกพร่องมากยิ่งกว่า จริงอยู่ผู้มีความรู้ไม่ใช่ว่าจะสอนได้ดีทุกคน แต่ความรู้เป็น สิ่งจำเป็นในการสอนและผู้มีภูมิรู้ดีย่อมได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

วิทยาการของโลกมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งมีการคิดค้นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ อยู่เสมอโดยเฉพาะวิทยาการทางทหาร ดังนั้นครูทหารจะต้องพัฒนาตนเองโดย

- ขวนขวายติดตามความรู้ ข่าวสารต่าง ให้ทันสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ ตลอดเวลา

- เพิ่มพูนความรู้จากตำราหลาย ๆ เล่ม

- ซักถามผู้รู้ หรือผู้เชี่ยวชาญ

- ทำความเข้าใจในคู่มือการสอน , การฝึก , ราชการสนาม , หนังสือเรียน หรือเอกสารที่ทางราชการประกาศใช้เปรียบเทียบกัน

- รู้ความมุ่งหมาย (Scope) ของบทเรียนที่จะทำการสอน

- รู้หลักวิชาครู

- รู้ความต้องการ และความสามารถของผู้รับการสอน

. ดุลยพินิจและความยืดหยุ่น ครูหรือครูฝึกมักจะต้องใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจด้วยตนเองอยู่บ่อย ๆ ว่าเรื่องอะไร ควรสอนมากน้อยเพียงใด การสอนวิธีใด จึงจะบรรลุผลสมตามความมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ครูก็ต้องคิดตัดสินใจหาวิธีสอนที่ได้ผลที่สุด อะไรควรจะตัดทอนเพราะไม่จำเป็นยืดเยื้อ หรือซ้ำซ้อนกับเรื่องอื่น วิชาอื่น อะไรควรจะเพิ่มจึงจะเหมาะกับความมุ่งหมายและเวลาที่มี รวมทั้งการปรับเปลี่ยนเนื่องจากอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบางครั้งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อาจต้องเปลี่ยนความมุ่งหมายใหม่ก็ได้

การใช้ดุลยพินิจจะต้องใช้ปฎิบัติต่อเนื่องมาจากการพิจารณาสถานการณ์การฝึกสอนเมื่อได้ตัดสินใจแล้ว คือ เลือกเรื่อง , วิธีสอน , เครื่องช่วยฝึก , ครูผู้ช่วย , ลูกมือ , เวลา และการแก้ไขปัญหาเมื่อมีอุปสรรค โดยเริ่มทำจากหลักฐานเตรียมการสอน และซักซ้อม การตัดสินใจจะดีเพียงใดย่อมต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์ของครูเป็นสำคัญ

2.2.2 ความแนบเนียน (Tact) หรือความสามารถที่จะสอน (Ability to teach) หมายถึง การที่จะพูดอะไร , ทำอะไร , อย่างไร ในโอกาสและสถานที่อันเหมาะสมเป็นไหวพริบ และความช่างสังเกตของครูที่จะปรับเปลี่ยนผ่อนหนักผ่อนเบาทั้งนั้น จะต้องรักษาความมีระเบียบวินัยของทหาร และห้องเรียนไว้เสมอ

2.2.3 ทัศนคติ (Attitude) ความอดทนและความริเริ่ม (Endurance & Initiative) ความช่างสังเกต (Sensibility)

ก. ทัศนคติ ครูจะต้องเป็นผู้ที่มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพครู รักที่จะสอน มีความมุ่งมั่นพร้อมที่จะสอนและปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพตนสามารถที่จะสลัดความคิดจากปัญหาหรือสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ปฏิเสธหรืองดเว้นที่จะดื่มกินเที่ยวเล่นที่จะบั่นทอน ประสิทธิภาพการสอนเพื่อให้งานการสอนประสบผลสำเร็จด้วยดีมีความพอใจในงานการสอน

ข. ความอดทน อดกลั้น งานของครูเป็นงานหนัก ความสำเร็จของครูอยู่ที่สอนเข้าใจ ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ หรือพัฒนาความรู้ในด้านนั้น ๆ ต่อไปได้ ครูจะต้องเป็นผู้เสียสละและทุ่มเทอุทิศตนเพื่อการเรียนการสอนต้องยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อค้นคว้าหาความรู้และเทคนิควิธีการสอนใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการสอนของตนอยู่ตลอดเวลา ในบางครั้งผู้รับการสอน (นักเรียน) อาจแสดงกิริยาท่าทางไม่เรียบร้อย ไม่พอใจ อารมณ์ไม่ดี ไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ปัญหาส่วนตัวของผู้เรียน สุขภาพหรือการรับรู้ที่ต่างกัน ครูจะต้องอดทนอดกลั้นไม่ตอบโต้ และใช้จิตวิทยาหาวิธีการที่จะทำให้ผู้เรียนยอมรับการสอน การถ่ายทอดของตนรวมทั้งต้องเป็นผู้ช่วยเหลือให้กำลังใจ ปลอบใจ หรือแก้ปัญหาให้เมื่อจำเป็น

คุณสมบัติประจำตัวที่สำคัญยิ่งของครู คือ กำลังความสามารถของจิตใจที่มุ่งจะทำงานหนักเพื่อผลดีของนักเรียน อันจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ และประเทศชาติในอนาคต

ค. ความริเริ่ม สร้างสรรค์ จะทำให้เกิดผลสำเร็จและการพัฒนาก้าวหน้าแก่งานทุกชนิด ครูจะต้องคิดหาหนทางปฎิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จโดยไม่รอความช่วยเหลือของผู้อื่น หรือรอ คำสั่ง เช่น ไม่มีเครื่องช่วยฝึก แต่จำเป็นต้องใช้ก็คิดทำขึ้นใช้เพื่อพรางไปก่อน ค้นคว้าหาความรู้คิดหาเทคนิค และวิธีการสอน คำพูดที่ฟังเข้าใจง่ายในเรื่องที่แตกต่างกัน หรือพื้นความรู้ที่แตกต่างกันก็อาจใช้วิธีการสอนไม่เหมือนกัน

ง. ความช่างสังเกต ครูจะต้องเป็นผู้มีความสามารถพิเศษในการเป็นคนช่างสังเกต ต่าง ๆ รวมทั้งจากปฏิกิริยาความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งทัศนคติและพฤติกรรมของนักเรียนที่มีต่อโรงเรียนต่อครูและเพื่อนนักเรียนหรือสังคม ตั้งแต่เริ่มแรกและหาทางแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ ทันท่วงที และได้ผล

2.2.4 ความจับใจหรือความประทับใจในตัวครู (Expressiveness) ในเวลาสอน ครูต้องแสดงความชัดเจนในบทเรียนด้วยคำอธิบายที่เข้าใจง่าย แสดงความนึกคิดของตนออกมาเป็นคำพูดอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล (บางคนอธิบายอะไรได้แจ่มแจ้งโดยใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ บางคนพูดเสียยืดยาวแต่นักเรียนไม่รู้เรื่อง) ซึ่งจะเกิดจากความจริงใจ สุจริตใจ เต็มใจจะถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียน ซึ่งจะก่อให้เกิดความประทับใจในตัวครู นอกจากนี้การประทับใจในตัวครู เกิดได้จากความประทับใจในคุณสมบัติความรู้ความสามารถพิเศษ ประวัติส่วนตัวและพฤติกรรมส่วนตัวของครูที่ไม่เหมือนใครก็ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นสิ่งที่ดีงามที่เอาไปเป็นตัวอย่างได้

2.2.5 ครูจะต้องประพฤติปฏิบัติตนดี มีมารยาทดี (Good behavior) มีความเมตตากรุณาต่อศิษย์ แม้จะลงโทษก็ทำเพื่อให้ศิษย์ได้สำนึก และหลาบจำมิได้ลงโทษด้วยอารมณ์ เป็นผู้มี จริยธรรม คุณธรรม อยู่ในศีลธรรม ไม่มัวเมาลุ่มหลงในเรื่องไม่ดีใด ๆ กระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นพิเศษในสังคม เป็นคนเปิดเผยระมัดระวังสำรวมตนไปในทางที่ดีอยู่เสมอ

2.2.6 เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นผู้มีโลกทัศน์กว้างไกล ไม่ติดความคิดตนเอง รับฟังความ คิดเห็น และยอมรับความคิดและเหตุผลที่ดีกว่าของสังคม และการพัฒนาที่เปลี่ยนไป มีความคิดความเชื่อเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่ออย่างไร้เหตุผล ไม่เป็นคนงมงายถือโชคลางหรือฤกษ์ยาม ไสยศาสตร์หรือมองโลกในแง่ร้ายหรือขวางโลก คอยสำรวจพิจารณาลักษณะตนเองอะไรบกพร่อง ก็รีบพัฒนาแก้ไขอยู่ตลอดเวลา

2.2.7 ยกย่องคนดีมีคุณธรรม ชื่นชมยกย่องผลงานความสามารถของศิษย์สนับสนุน แนะนำชี้ทางที่ดีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ให้ว่ากล่าวตักเตือนป้องกันมิให้ศิษย์ไปในทางที่ผิด หรือทางแห่งความเสื่อม

สรุป คุณสมบัติอย่างน้อยที่สุดที่ครูที่ดีจะต้องมี คือ

.มีความรู้ในวิชาที่จะสอนเป็นอย่างดี และค้นคว้าพัฒนาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา

. มีความรู้วิชาครูเพื่อให้รู้วิธีการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้ และรู้จักสังเกตพัฒนาวิธีการสอนอยู่ตลอดเวลา

.เป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะท่าทางรูปร่างดี วางตัวได้ถูกต้องเหมาะสม

. เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณดี มีมารยาทดี อยู่ใน ศีลธรรมอันดี

. รู้จิตวิทยาทั่วไป รู้จิตวิทยาการเรียนการสอน